Microsoft ได้ออกมายอมรับว่าอัปเดตแบบ Preview ล่าสุด (non-security preview update) รหัส KB5046633 ของ Windows 11 มีปัญหาที่ทำให้การล็อกอินเข้าคอมพิวเตอร์ยากขึ้นเล็กน้อย
ตามรายงานจาก Microsoft Support หนึ่งในปัญหาที่ทราบ (Known Issues) ของอัปเดตนี้คือ “ไอคอนรหัสผ่าน (Password icon) อาจหายไปหรือมองไม่เห็นในตัวเลือกการลงชื่อเข้าใช้บนหน้า Lock Screen”
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปุ่มจะหายไป แต่ Microsoft ยืนยันว่าคุณยังสามารถลงชื่อเข้าใช้ด้วยรหัสผ่านได้ โดยการ “คลิกตรงพื้นที่ว่างๆ ที่ปุ่มควรจะอยู่” แล้วช่องกรอกรหัสผ่านจะปรากฏขึ้นมาเอง
ผู้ใช้ในกลุ่ม Insider Channel (ผู้ทดสอบ) เจอบั๊กนี้ก่อนที่จะปล่อยออกมาสู่สาธารณะ
นี่ไม่ใช่ปัญหาด้านความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพที่ร้ายแรง เพราะมันส่งผลกระทบแค่หน้าตาการใช้งาน (User Interface) เท่านั้น อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของอัปเดตแบบ Preview ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบ เว้นแต่คนที่ชอบลองของใหม่
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็น่ารำคาญมากสำหรับผู้ใช้ที่โดน โดยเฉพาะคนที่ลืม PIN ของ Windows Hello แล้วต้องหาวิธีสลับไปใช้ Password แต่หาปุ่มไม่เจอ Microsoft ระบุว่ากำลัง “เร่งแก้ไขปัญหานี้และจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อพร้อม”
การอัปเดต Windows มักมีไว้เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยและบั๊ก แต่การไปยุ่งกับระบบปฏิบัติการที่ซับซ้อนอย่าง Windows 11 บางครั้งก็ทำให้เกิดของพังได้ถ้าไม่ระวัง ก่อนหน้านี้ Microsoft ก็เพิ่งปล่อยแพตช์ฉุกเฉินเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากอัปเดตทำเอาคีย์บอร์ดและเมาส์ใช้งานไม่ได้ในโหมด Recovery Environment
Microsoft บอกว่าคุณยัง “คลิกที่ว่าง” เพื่อใส่รหัสได้
ปัญหาหลักคือไอคอน Credential UI (ช่องใส่รหัส/ปุ่มสลับวิธีล็อกอิน) มันหายไปจากหน้าจอ แต่ฟังก์ชันการทำงานยังอยู่ครบ
วิธีแก้ปัญหาชั่วคราว (Workaround): ผู้ใช้ที่เจอปัญหานี้สามารถใช้เมาส์คลิกในบริเวณที่ปุ่มนั้น “เคยอยู่” หรือ “ควรจะอยู่” (พื้นที่ว่างๆ) หรือกดปุ่ม Tab บนคีย์บอร์ดเพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังปุ่มที่ล่องหนนั้น แล้วกด Enter เพื่อเรียกช่องใส่รหัสผ่านขึ้นมา
ปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Windows 11 เวอร์ชัน 23H2 เท่านั้น และ Microsoft กำลังปล่อยตัวแก้ปัญหาแบบย้อนกลับ (Known Issue Rollback – KIR) เพื่อกู้สถานการณ์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสูงสุด 24 ชั่วโมงจึงจะมีผลกับเครื่องทั่วไปและเครื่องในองค์กรที่ไม่ได้จัดการโดยแอดมิน (Non-managed business devices) การรีสตาร์ทเครื่องอาจช่วยให้ได้รับตัวแก้เร็วขึ้น
แหล่งข้อมูล tomshardware

















Leave a Reply